ถ้าใครเคยผ่านช่วงวัยรุ่นที่สิวบุกหนัก หรือมีปัญหาสิวเรื้อรังจนถึงวัยทำงานแล้วแต่รอยหลุมก็ยังไม่ยอมหายไปไหน คงจะเข้าใจดีว่าปัญหาหลุมสิวกับรอยแผลเป็นบนหน้า ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่มองข้ามได้ง่าย ๆ เพราะนอกจากจะกระทบกับความมั่นใจแล้ว บางคนยังเสียเงิน เสียเวลาไปกับการรักษาหลายแบบที่ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน หรือเห็นผลช้ามากกก จนเริ่มถอดใจ
ปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเป็นทางเลือกเยอะขึ้น หนึ่งในนั้นที่กำลังเป็นกระแสแรงในวงการผิวพรรณบ้านเรา ก็คือเจ้า “D-Matrix” นี่แหละที่หลายคลินิกเริ่มเอาเข้ามาใช้รักษาหลุมสิวโดยเฉพาะ เพราะเค้าเคลมว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้ลึก ซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายใน โดยเฉพาะคนที่มีรอยหลุมลึก ๆ หรือเป็นมานานหลายปีแล้วแต่รักษาแบบอื่นไม่ค่อยเห็นผล ดังนั้นหากใครที่ไม่อยากทนกับรอยหลุมสิวที่ทำให้เสียความมั่นใจ และกำลังมองหาวิธีการรักษาหลุมสิวที่ได้ผลจริง ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงโปรแกรม D-matrix สำหรับรักษารอยแผลเป็น รอยหลุมสิวกันค่ะ สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจไปรักษาหลุมสิว หรืออยากรู้ว่า D-Matrix ต่างจากเลเซอร์ทั่วไปยังไงในบทความนี้มีคำตอบ สำหรับท่านใดมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่
D-matrix คืออะไร? ต่างจากเลเซอร์ทั่วไปยังไง?
D-matrix เป็นโปรแกรมรักษาหลุมสิวด้วยพลังงาน Fractional RF หรือพูดง่ายๆ ก็คือคลื่นความถี่วิทยุแบบยิงเฉพาะจุดในระดับลึก แต่ไม่ทำลายผิวชั้นบน เหมาะกับการรักษาหลุมสิวโดยเฉพาะ รักษาได้ทั้งหลุมสิวแบบตื้นและแบบลึก โดยตัวเครื่องจะส่งพลังงานผ่านหัวทิปทองคำลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวเกิดการฟื้นฟู ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น
ซึ่งถ้าถามว่าต่างจากเลเซอร์ทั่วไปยังไง ต้องบอกเลยว่าเลเซอร์ทั่วไปจะใช้พลังงานแสงยิงลงไปในผิวเพื่อสร้างแผลเล็ก ๆ จำนวนมาก ช่วยให้เกิดการซ่อมแซมตัวเองของผิว ซึ่งก็ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ผลข้างเคียงคือผิวจะลอกแดง ซึ่งต้องพักฟื้น 5-7 วัน หรือบางทีนานกว่านั้น และอาจทำให้ผิวไวต่อแสงได้ในระยะหนึ่ง
แต่สำหรับเจ้าโปรแกรม D-Matrix จะใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุ RF ยิงลงไปเฉพาะจุดลึกถึงชั้นใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวด้านบน เหมือนเลเซอร์แบบทั่วไปนั่นหมายความว่า หน้าไม่ลอก ไม่ต้องพักฟื้น แต่ยังได้ผลลัพธ์คล้ายกันในการสร้างคอลลาเจน และเติมเต็มหลุมสิวจากภายใน
D-matrix ช่วยรักษารอยหลุมสิว รอยแผลเป็นได้อย่างไร?
หลุมสิวกับรอยแผลเป็นที่เรามองเห็นจากภายนอก ความจริงแล้วมันเกิดจากการทำลายโครงสร้างผิวใต้ชั้นผิวหนัง เวลาที่สิวอักเสบหายไป มันจะทิ้งรอยเป็นหลุม เพราะคอลลาเจนในผิวหายไปนั่นเอง เหมือนผิวโดนกัดกินจากข้างในทำให้ผิวไม่เรียบ ดูไม่เต่งตึงเหมือนเดิม
ซึ่ง D-Matrix เข้ามาช่วยฟื้นฟูจากข้างในไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก ด้วยการพลังงาน RF ผ่านหัวทิปทองคำ ยิงตรงลงไปลึกถึงชั้นใต้ผิวโดยไม่ทำลายผิวด้านบน โดยการไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่ม 1-2 เดือนหลังทำ และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้นขึ้นโดยเฉพาะแบบ Rolling หรือ Boxcar ผิวหน้าแน่นฟู ดูสุขภาพดีขึ้นแบบไม่เฟค
ถ้าเป็นแผลเป็นจากสิวเก่าหรือแผลผ่าตัดเล็ก ๆ ที่มีความนูนหรือรอยบุ๋มลงไป D-Matrix ก็ช่วยปรับผิวให้เรียบขึ้นได้เหมือนกัน เพราะเปรียบเสมือนการจัดระเบียบผิวใหม่จากชั้นลึก ช่วยลดพังผืดและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ สรุปง่าย ๆ คือ D-Matrix เป็นการเข้าไป “ปลุกระบบซ่อมแซมผิว” ให้กลับมาทำงานอีกครั้ง แบบลึกและแม่นยำ เหมาะกับใครที่รักษามาหลายวิธีแล้วไม่เห็นผล หรืออยากได้ทางเลือกที่ไม่ต้องลอกผิว โดยไม่ต้องพักฟื้น

D-matrix เหมาะกับใครบ้าง?
- เหมาะกับหลุมสิวทุกประเภท ตั้งแต่ระดับตื้นจนถึงระดับลึก
- เหมาะกับผู้ที่มีรอยแผลเป็นจากสิว
- เหมาะกับผู้ที่มีแผลเป็นหลังอุบัติเหตุ หรือแผลหลังผ่าตัด โดยเฉพาะแผลเป็นนูนหรือตุ่มแดง ที่ต้องการลดขนาดหรือปรับสีผิวให้กลืน
- เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือเลเซอร์ที่ทำให้มีผลข้างเคียงหลังทำ
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวตึงกระชับ โดยเฉพาะคนวัย 25 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ หรือรูขุมขนกว้าง
- เหมาะกับผู้ที่มีเวลาในการพักฟื้นจำกัด หรือไม่ต้องการพักฟื้นหลังทำ
- เหมาะกับผู้ที่ผิวไวต่อแสงหรือมีผิวเข้ม ไม่เสี่ยงทำให้เม็ดสีผิวแปรปรวน
- เหมาะกับผู้เคยทำเลเซอร์แล้วไม่เวิร์ค
D-matrix ราคาเท่าไหร่? เทียบกับเลเซอร์อื่นคุ้มไหม?
สำหรับราคาโปรแกรม D-matrix ต้องบอกเลยว่าราคาน่ารักมากค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปกติราคาจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 15,000 บาท แต่ทั้งนี้ถ้าเจอราคาที่ต่ำกว่านี้ก็อาจต้องเช็คให้แน่ใจก่อนด้วยนะคะ ว่าแพทย์ที่ลงมือทำมีประสบการณ์ในการรักษาหลุมสิว หรือรอยแผลเป็นมากน้อยแค่ไหน จะได้ไม่ต้องเสียเงินเปล่าในการรักษา หากท่านใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
D-matrix ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนหลังจากทำ ประมาณ 3–5 ครั้งค่ะ แต่บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวเนียนขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก แต่ทั้งนี้จำนวนครั้งจะขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความลึกของหลุมสิว และเป้าหมายในการรักษา ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เฉพาะบุคคลดีที่สุดค่ะ
D-matrix เจ็บไหม ต้องพักหน้ากี่วัน?
สำหรับการทำจะมีความเจ็บระดับ ทนได้ ไม่ถึงกับทรมาน เหมือนจี๊ด ๆ อุ่น ๆ ลึก ๆ ใต้ผิว บางคลินิกอาจรู้สึกมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้และอุปกรณ์ปลายหัว แต่ส่วนมากก่อนทำจะมีการทายาชาให้ ช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดขณะทำอยู่แล้วค่ะ และหลังทำอาจมีผิวแดงเล็กน้อย แค่ 1–2 วันแรก จากนั้นหายได้เอง ไม่ลอก ไม่ตกสะเก็ด ไม่ต้องหยุดงาน
D-matrix มีผลข้างเคียงหรือไม่?
โดยทั่วไปถือว่าเป็นเครื่องที่ผลข้างเคียงน้อยมาก เพราะไม่ทำให้ลอกผิว ไม่ทำให้แผลเปิด แต่ก็อาจมีอาการเบา ๆ อย่างผิวแดงนิด ๆ หรือรู้สึกร้อนวูบวาบหลังทำ แบบนี้ได้ในบางคน แนะนำให้ทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และดูแลหลังทำตามคำแนะนำหมอ ก็ลดโอกาสเจอผลข้างเคียงได้เยอะมาก
D-matrix ทำได้บ่อยแค่ไหน?
ส่วนใหญ่แนะนำให้เว้นระยะ ประมาณ 4–6 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ผิวมีเวลาสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ควรทำถี่เกินไป เพราะผิวจะอ่อนล้าเกินจำเป็น และอาจไม่เห็นผลชัดเจนเท่าที่ควร ถ้าทำครบ 3–5 ครั้งแล้ว อาจเว้นระยะดูแลผิว และกลับมาทำซ้ำทุก 3–6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์แบบยาว ๆ
D-matrix รักษารอยแผลเป็น รอยหลุมสิวที่ คิโยมิคลินิก ดีอย่างไร
“Qiyomi Clinic” เราเป็นที่รู้จักในด้านการรักษาสิวโดยเฉพาะ ทั้งรอยสิว ปรับรูปหน้า รักษาสิว รักษาหลุมสิว รักษาฝ้า กระ เลเซอร์กำจัดขน จี้ไฝ จี้กระ จี้ติ่งเนื้อ รวมถึงรอยแผลเป็น ด้วย D-MATRIX โปรแกรมรักษาหลุมสิวยอดนิยมอันดับ 1 ของ Qiyomi Clinic ในการรักษาแต่ละครั้งจะเห็นผลลัพธ์ของการรักษาประมาณ 30-40% ว่าหลุมสิวตื้นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง เพราะเรามั่นใจว่าเราเป็นคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิวและหลุมสิว ซึ่งบริหารงานโดยคุณหมอที่เป็นเจ้าของคลินิกเอง ด้วยประสบการณ์ดูแลรักษาหลุมสิวมายาวนานกว่า 7 ปี และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลผิวหน้าของคุณด้วยเทคนิคและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด
ไม่ว่าคุณจะมีหลุมสิวลึกจากสิวที่เคยอักเสบ หรือรอยแผลเป็นที่ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ด้วยโปรแกรมรักษาหลุมสิวที่ออกแบบมาเฉพาะรายบุคคล (Personalized Acne Scars Program) เพื่อช่วยให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นผลในระยะเวลาที่รวดเร็ว สร้างความมั่นใจให้คุณได้กลับมาอวดผิวสวย และหลงรักผิวตัวเองซ้ำ ๆ อีกครั้งไม่มีวันเบื่อค่ะ
